จินตนาการของเด็ก ต้องสร้างผ่านหนังสือ

เคยลงไว้แล้วว่า เด็กวัยอนุบาลไม่ควรตามเทคโนโลยีจนเกินไปเพราะจะทำให้ เครียด อีกอย่างหนึ่งที่จะบอกคือ

จินตนาการของเด็กๆ จะต้องสร้างผ่านหนังสือ ไม่ใช่แท็บเล็ต และไม่ใช่หนังกาตูน หรือภาพยนต์ใดๆ เพราะการตัดและบั่นทอนขั้นตอนการคิดให้เด็กเรียนรู้และวิเคราะห์ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ จะทำให้เด็ก เสพติด มากกว่าการคิดจินตนาการ

อย่าลืมคำที่ว่า หนังสือเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ แต่ในวัยที่ลูกยังอ่านหนังสือไม่คล่อง หนังสือภาพอาจเข้ามาช่วยพัฒนาจินตนาการของเขาได้ ผ่านการอ่านจากพ่อแม่ผู้ปกครอง เสริมสร้างจินตนาการให้เด็กได้คิดฝัน ไม่ใช่โผล่มาก็เป็นเรื่องเป็นราวเหมือนในไอแพด แท็บเล็ต ไปเสียแล้ว แล้วแบบนี้เด็กจะไปเรียนรู้อะไรได้อีก

ยกตัวอย่างหนังสือภาพสำหรับเด็ก (Picture book for children) คือ หนังสือที่ผู้ใหญ่อ่านให้เด็กฟัง ขณะที่เด็กฟังเสียงของผู้อ่านนั้น สายตาของเด็กจะไล่ดูภาพในหนังสือตรงหน้า หากเป็นหนังสือภาพที่ดีแล้ว ภาพในสายตาของเด็กกับเสียงของผู้ใหญ่อ่านให้ฟังจะผสานกลมกลืนจนเกิดเป็นภาพต่อเนื่องเคลื่อนไหวในสมองเด็ก ซึ่งจะช่วยสร้างพลังจินตนาการได้เต็มเปี่ยม

การเลือกหนังสือภาพให้เด็ก

หนังสือภาพที่ดีสำหรับเด็กวัย 4-6 ขวบ เป็นวัยที่กำลังเข้าสู่กระบวนการอ่านออกเขียนได้บ้างแล้ว เข้าใจเนื้อหาในหนังสือบ้างแล้ว ควรเลือกหนังสือที่ภาพและเรื่องประสานกลมกลืนกันดี หากภาพและเรื่องไม่ประสานกัน เด็กจะไม่มีอารมณ์ร่วมกับหนังสือภาพเล่มนั้นเลย เวลาเด็กดูหนังสือภาพมิได้ดูอย่างคนภายนอก

แต่เค้าจะสมมติตัวเองเป็นตัวละครหนึ่งในเรื่อง และเข้าไปอยู่ในเรื่องด้วย ดังนั้นเรื่องที่ได้ยินจากหูต้องเป็นภาษาและจังหวะที่ประสานกับภาพ ซึ่งเด็กมองดูด้วยตา

ภาพของหนังสือภาพเพื่อเด็กที่ดี ต้องเป็นภาพที่เล่าเรื่องได้ เมื่อพลิกดูภาพโดยไม่อ่านคำบรรยายก็เข้าใจโครงเรื่องทั้งหมด ศิลปินผู้วาดภาพที่ดีจะเน้นที่รายละเอียด แม้คำบรรยายไม่มีระบุไว้ ศิลปินก็ส่งภาษาถึงเด็กด้วยภาพ ซึ่งเด็กจะชอบหนังสือภาพแบบนี้มากกว่าการดูกาตูนเคลื่อนไหว ซึ่งไม่ทำให้สมองได้มีการพัฒนาเพิ่มเติมใดๆ เทียบเท่าหนังสือภาพ

จินตนาการของเด็ก ต้องสร้างผ่านหนังสือ

เด็กอายุ 4 ขวบ ความสามารถทางภาษาของเด็กจะพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ความชอบของเด็กแต่ละคนก็แตกต่างกันอย่างชัดเจน การเลือกหนังสือภาพจึงยากขึ้น เด็กวัยนี้เป็นวัยแห่งการสร้างพื้นฐานด้านจินตนาการสร้างสรรค์ เมื่อเด็กฟังนิทานทางหูและเข้าไปอยู่ในโลกของนิทาน ในหัวก็จะวาดภาพไปตามเรื่องราวที่ได้ยิน

ภาษาเล่าเรื่องเป็นภาษาที่มองด้วยตาไม่เห็น แต่เมื่อเด็กได้ฟังนิทาน ภาพของตัวละครในนิทานจะปรากฏขึ้นได้เด็กเห็นอยู่ในหัว แม้ว่าตรงหน้าเด็กจะไม่มีภาพอะไรเลย แต่พลังของเรื่องราวที่เด็กได้ยินจะทำให้เด็กวาดภาพขึ้นเองในสมองได้

ความสามารถของเด็กในการวาดภาพขึ้นเองในสมองจากภาษาซึ่งมองด้วยตาไม่เห็นนี้ คือพลังจินตนาการสร้างสรรค์ ซึ่งจะกลายเป็นพลังเรียนรู้จากการอ่านหนังสือในอนาคต หากเด็กไม่มีประสบการณ์ในการฟัง รับรู้ และวาดภาพจินตนาการขึ้นเอง รู้จักแต่วิธีประสมอักขระ และการอ่านหนังสือออกตามตัวอักษร

เด็กอ่านหนังสือออกก็จริง แต่จะอ่านได้ไม่เข้าใจลึกซึ้งเท่าที่ควร เรียกว่า แค่ได้อ่านแต่ไม่เข้าใจความหมายของคำที่อ่าน

การให้เด็กเล็กอ่านหนังสือเองและวาดภาพในสมองขึ้นเองตามคำบรรยายที่เด็กต้องพยายามอ่านเองนั้น เป็นงานที่ยากและหนักมาก ถ้าหากผู้ใหญ่เป็นผู้อ่านให้ฟัง เด็กฟังเรื่องราวทางหู ส่วนสายตาก็ไล่ดูภาพในหนังสือภาพไปตามคำบรรยาย และวาดภาพที่เหลือขึ้นเองในหัว เด็กจะเข้าใจได้ง่ายกว่า และวิธีการนี้ช่วยให้เด็กสร้างพลังจินตนาการได้ดีกว่าด้วย

และเมื่อเด็กๆ อายุเพิ่มเป็น 5-6 ขวบ เด็กในวัยนี้ชอบหนังสือภาพนิทานและเรื่องเล่าที่ยาวขึ้น เด็กต้องการฟังนิทานมาก แต่ไม่ควรซื้อหนังสือภาพนิทานให้มากมายจนอ่านแทบไม่ทัน บางครั้งเด็กก็อยากให้อ่านหนังสือภาพนิทานเล่มเดียวทุกคืน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ติดต่อกันหลายสัปดาห์ แสดงว่าเด็กชอบนิทานเล่มนี้มากเป็นพิเศษ

และการค้นหาหนังสือที่ชอบมากเป็นพิเศษนี้ นับว่ามีความหมายมากต่อเด็ก เปรียบได้กับการค้นพบขุมทรัพย์อันล้ำค่าทีเดียว

พ่อแม่ผู้อ่านอาจรู้สึกเบื่อที่ต้องอ่านเรื่องเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ขอให้อดทนอ่านเพื่อลูก เด็กบางคนจดจำคำบรรยายอันยาวเหยียดได้ทั้งเล่ม ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากต่อพัฒนาการทางด้านภาษาของเด็ก ซึ่งประสบการณ์นี้ เด็กจะไม่ได้รับในโรงเรียน แม้แต่ในชั่วโมงสอนภาษาก็สอนเด็กไม่ได้ลึกซึ้งฝังใจเหมือนภาษาของหนังสือนิทาน

อย่างไรก็ดี หนังสือภาพเพื่อเด็กมิใช่หนังสือที่ให้ประโยชน์ต่อเด็กในทันที แต่เป็นหนังสือที่ให้ความสุขและความสนุกแก่เด็ก และช่วยจุดประกายความสนใจหนังสือขึ้นในใจเด็ก หนังสือภาพเพื่อเด็กมิใช่หนังสือสำหรับเด็กอ่านเอง แต่เป็นหนังสือที่ผู้ใหญ่อ่านให้เด็กฟัง เป็นสื่อกลางสร้างความสุขในครอบครัว และสร้างพื้นฐานด้านมนุษยสัมพันธ์ให้เด็ก

จินตนาการของเด็ก ต้องสร้างผ่านหนังสือ

หนังสือภาพที่เด็กชอบมาก ควรอ่านให้ฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่าเท่าที่เด็กร้องขอ เพราะเป็นพื้นฐานของการสร้างความสามารถในการอ่านและพลังทางภาษา เมื่ออ่านหนังสือภาพจบแล้ว ไม่ต้องตั้งคำถามหรือทดสอบความเข้าใจลูกเหมือนครูในโรงเรียน นอกจากลูกจะถามขึ้นเองจึงอธิบายให้ฟัง

แม้ว่าเด็กจะได้ฟังนิทานจากโรงเรียนอนุบาลทุกวันแล้วก็ตาม ความสุขที่เด็กได้รับก็ไม่เหมือนการนั่งบนตักพ่อแม่และฟังนิทานจากหนังสือภาพที่พ่อแม่อ่านให้ฟังด้วยความรัก ห้วงเวลานี้เป็นเวลาที่หัวใจเด็กเปิดกว้าง รับฟังเสียงของพ่อแม่และรับรู้ความรักของพ่อแม่อย่างเต็มเปี่ยม พ่อแม่ไม่ควรละเลยเวลาอันมีค่ายิ่งนี้

แม้ธุรกิจการงานจะมากสักเพียงใด ก็ต้องสละเวลาอ่านหนังสือให้ลูกฟังอย่างน้อยวันละ 5-10 นาทีก็ยังดี แล้วพ่อแม่จะได้รับผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าในอนาคต

ประโยชน์ของหนงสือภาพนี้ ผู้ปกครองหรือพ่อแม่เด็กที่มีเงิน ที่กำลังจะหาเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แท็บเล็ต ไอแพด และรักที่จะปลูกฝังนิสัยไม่ดีและฟุ่มเฟือยแก่เด็ก ควรอ่านเรื่องนี้ซ้ำหลายๆ รอบ และขอบคุณข้อมูลบางส่วนจากมูลนิธิเอสซีจี มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก สมาคมไทสร้างสรรค์

อ้างอิงข้อมูลจาก www.manager.co.th/Family

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ในบล็อกน้องแก้มหอม

พัฒนาการลูกรัก

จินตนาการของเด็ก ต้องสร้างผ่านหนังสือ

เคยลงไว้แล้วว่า เด็กวัยอนุบาลไม่ควรตามเทคโนโลยีจนเกินไปเพราะจะทำให้ เครียด อีกอย่างหนึ่งที่จะบอกคือ จินตนาการของเด็กๆ จะต้องสร้างผ่านหนังสือ ไม่ใช่แท็บเล็ต และไม่ใช่หนังกาตูน หรือภาพยนต์ใดๆ เพราะการตัดและบั่นทอนขั้นตอนการคิดให้เด็กเรียนรู้และวิเคราะห์ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ จะทำให้เด็ก เสพติด มากกว่าการคิดจินตนาการ อย่าลืมคำที่ว่า หนังสือเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่ง

พัฒนาการลูกรัก

น้องแก้มหอม update แล้วนะ

หลังจากไม่ได้ถ่ายรูปลูกเป็นเวลานานแค่ไหนจำไม่ได้แล้ว วันนี้มีโอกาสไปเที่ยวปราจีนบุรี แวะสั่งอาหารที่ร้านเจ้ดำโภชนาแถวๆ คลองอะไรซักอย่าง

โรคในเด็กเล็ก

เด็กแพ้โปรตีนจากนมวัว

น่าเสียดายที่ช่วงแรกคลอดของพี่เปรมนั้น ในระหว่างสองเดือนแรกไม่ได้กินนมแม่จริงจัง แต่สำหรับน้องแก้มหอมเอง

พัฒนาการลูกรัก

ไขรหัสเสียงภาษาเด็กทารก

อเมริกาเปิดเผยโปรแกรม ไขรหัสเสียงทารก นักวิจัยอเมริกันประกาศความสำเร็จ

พัฒนาการลูกรัก

วิธีเล่นลูกคิด ABACUS

ลูกคิด เป็นเครื่องมือสำหรับใช้คำนวณทั่วไป นับเป็นเครื่องคิดเลขในยุคแรกๆ ของโลก ประกอบด้วยโครงสี่เหลี่ยม

แม่ลูกผูกพัน

เที่ยวคลองม่วง ช่วงสงกรานต์ 56

สงกรานต์นี้ คุณป๊าบอกว่าไม่อยากไปไหนเพราะค่าใช้จ่ายเยอะ แต่คุณแม่เก๋คะยั้นคะยอให้ลองกลับไปกระบี่ดู ไปเที่ยว ไปเยี่ยมญาติ ไป ฯลฯ